อาการปวดท้องสามารถบ่งบอกอะไรคุณได้บ้าง

อาการปวดท้องสามารถเกิดขึ้นได้ในชีวิตของมนุษย์เสมอ แม้จะทำให้สุขภาพดีสร้างได้ แต่อาการปวดท้องก็ยังสามารถที่จะเข้ามาคุกคามได้ทุกเมื่อ ดังนั้นลองมาดูว่าการปวดท้องที่จุดใดและลักษณะการปวดแต่ละแบบ จะสามารถบ่งบอกโรคใดให้คุณรู้ได้บ้าง ดังนี้ 1.ปวดใต้อก การปวดที่บริเวณใต้อกหรือที่เรียกกันว่าใต้ลิ้นปี่ ส่วนมากแล้วจะเป็นอาการปวดของโรคกระเพาะที่จะมีอาการจุก แสบ หรือเสียดท้องร่วมด้วย ทั้งยังมีอาการแน่นท้องเป็นบางครั้ง แต่ถ้าอาการปวดท้องในบริเวณนี้มีร่วมกับอาการแน่นหน้าอกอาจเป็นปัญหาโรคหัวใจได้เช่นกัน ที่สำคัญคือถ้าลูบบริเวณใต้ลิ้นปี่แล้วสัมผัสได้ถึงก้อนเนื้อที่มีความแข็ง อาจเสี่ยงต่อการเป็นโรคตับได้ 2.ปวดท้องน้อย อาการปวดที่บริเวณท้องน้อยมักจะบ่งบอกถึงช่วงมดลูกและกระเพาะปัสสาวะ ทั้งยังเป็นอาการเตือนของโรคลำไส้กับโรคไส้ติ่งอักเสบได้ ดังนั้นถ้ามีอาการปวดที่ท้องน้อยบริเวณด้านซ้าย ร่วมกับการอุจจาระที่ไม่เป็นไปตามปกติ ทั้งยังมีอาการปวดเกร็ง อาจเสี่ยงต่อโรคลำไส้, โรคนิ่ว และโรคมดลูกอักเสบได้ แต่ถ้าปวดที่บริเวณฝั่งขวา เมื่อลูบไปที่บริเวณท้องน้อยแล้วมีลักษณะคล้ายก้อนแข็ง มีอาการเจ็บ และมีอาการเกร็งมาถึงต้นขา อาจจะเป็นโรคไส้ติ่งอักเสบ นอกจากนี้อาจจะมีปัญหาเรื่องรังไข่อักเสบได้อีกด้วย 3.ปวดช่วงชายโครง อาการปวดที่บริเวณชายโครง อาจนำพาไปสู่การเตือนเรื่องการติดเชื้อต่าง ๆ ถ้ามีอาการปวดด้านซ้ายอาจหมายถึงม้ามทำงานผิดปกติ แต่ถ้าเป็นอาการปวดด้านขวาและมีก้อนเนื้อแข็ง ๆ เกิดขึ้นร่วมด้วย อาจจะเป็นอาการของถุงน้ำดีอักเสบ  ซึ่งไม่ว่าจะปวดที่ชายโครงด้านใดควรต้องรีบพบแพทย์ทันที ถ้าคุณเกิดอาการปวดท้องตามที่กล่าวไว้ข้างต้น แม้จะมีสุขภาพดีสร้างได้ด้วยการดูแลตัวเองเป็นอย่างดีแล้วก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที เพราะบางอาการปวดไม่ใช่เรื่องเล่น ถ้าไม่ถึงมือแพทย์อย่างทันท่วงทีอาจเสี่ยงเสียชีวิตได้

ความน่ากลัวของโรคความดันโลหิตสูงมีมากแค่ไหน?

โรคความดันโลหิตสูงถือว่าเป็นภัยเงียบ ที่มีความน่ากลัวในกลุ่มของคนวัยทำงานและวัยสูงอายุอย่างมาก  โดยเฉพาะผู้ที่ไม่สามารถทำให้สุขภาพดีสร้างได้ ใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบ ออกกำลังกายน้อย ความเครียดสูง มีอายุที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จะยิ่งมีภาวะเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูงมากเลยทีเดียว ซึ่งความน่ากลัวของโลกนี้ คือ 1.เส้นเลือดสมองแตก เมื่อความดันโลหิตสูงเริ่มมีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ย่อมกระทบต่อหลอดเลือดสมองอย่างแน่นอน ทั้งยังเป็นการเพิ่มความดันโลหิตของสมองให้สูงขึ้นแบบไม่มีอาการเตือนใด ๆ เมื่อรู้อีกทีอาจกลายเป็น Stroke ที่ทำให้เส้นเลือดสมองแตกได้ง่ายกว่าคนทั่วไป จึงเสี่ยงต่อการเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต หรืออาจเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว 2.นำพาโรคเรื้อรัง โรคความดันโลหิตสูงมักจะนำพาโรคเรื้อรังต่าง ๆ ตามมา เช่น โรคเบาหวาน, โรคไตวาย, โรคหลอดเลือดสมองตีบ และอีกหลากหลายโรคที่จะยิ่งทำให้สุขภาพแย่ลง ซึ่งเมื่อเกิดความดันโลหิตที่สูงมากอย่างต่อเนื่อง แม้คุณจะทำให้สุขภาพดีสร้างได้ด้วยกิจกรรมต่าง ๆ แล้ว ก็ยังทำให้การฟื้นฟูร่างกายเป็นไปได้ค่อนข้างยาก ทั้งยังกลับมาสมบูรณ์ดังเดิมได้ไม่ง่ายเลยทีเดียว 3.กลายเป็นโรคแทรกซ้อน หนึ่งในความน่ากลัวของโรคความดันโลหิตสูง คือ การเป็นโรคแทรกซ้อนของโรคอื่น ไม่ว่าจะเป็นโรคเบาหวาน, โรคหัวใจ, โรคไต หรือโรคเกี่ยวกับสมอง ถ้ามีภาวะความดันโลหิตสูงเข้าไปเป็นโรคแทรกซ้อน จะยิ่งทำให้อาการแย่ลง พร้อมทำให้เกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลันได้ง่ายกว่าคนทั่วไปเป็นเท่าตัว ทั้งยังก่อปัญหาไตเสื่อมลงอย่างรวดเร็ว ความน่ากลัวของโรคความดันโลหิตสูงนั้นถือว่ามีมาก เพราะไม่ว่าจะเป็นโรคหลักหรือโรคแทรกซ้อนของโรคอื่น ๆ  จะนำพาให้ร่างกายเสื่อมสภาพลงได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นการทำให้สุขภาพดีสร้างได้ด้วยการดูแลตัวเองไม่ให้เสี่ยงต่อภาวะความดันโลหิตสูง… Continue reading ความน่ากลัวของโรคความดันโลหิตสูงมีมากแค่ไหน?

การตรวจสุขภาพควรทำปีละกี่ครั้ง จึงจะถือว่าเหมาะสม

ถ้าคุณต้องการให้สุขภาพดีสร้างได้ คุณควรได้รับการตรวจสุขภาพจากทางโรงพยาบาลอยู่เสมอ ซึ่งคนส่วนใหญ่มักจะมองว่าการตรวจสุขภาพประจำปี ทำเพียงแค่ปีละครั้งก็ถือว่าเพียงพอแล้ว ซึ่งเรื่องนี้จะถูกต้องหรือไม่? ลองมาดูคำตอบได้ภายในบทความนี้ การตรวจสุขภาพดีสร้างได้ประจำปี สามารถทำได้ตั้งแต่เด็กในวัยแรกเกิด, วัยรุ่น, วัยทำงาน และวัยผู้สูงอายุ  เพื่อให้รู้เท่าทันต่อสุขภาพและร่างกายของคุณเอง ซึ่งการตรวจสุขภาพประจำปี ไม่ได้ให้ผลดีแค่เพียงการรับรู้ว่าร่างกายของคุณยังแข็งแรงอยู่หรือไม่? แต่สามารถบ่งบอกถึงโรคภัยที่กำลังจะมาเยือนสุขภาพ ถ้ารู้เร็ว รู้ทัน สามารถรักษาได้อย่าง รวดเร็ว ย่อมทำให้คุณไม่ต้องเสี่ยงต่ออาการเจ็บปวดหรือเสียชีวิต ดังนั้นการตรวจสุขภาพประจำปีจึงถือว่ามีความสำคัญต่อมนุษย์ทุกคนเป็นอย่างมาก การตรวจของคนในแต่ละวัยจะมีความแตกต่างกันออกไป เช่น วัยเด็กจะเป็นการตรวจเรื่องพัฒนาการ, พฤติกรรม, ช่องปาก และโภชนาการโดยรวมของเด็ก แต่จะเน้นไปที่พัฒนาการเด็กเป็นหลัก สำหรับคนในกลุ่มวัยทำงานจะเน้นเรื่องสุขภาพร่างกาย, สายตา, ช่องปาก และภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้กับคนในวัยนี้มากที่สุด ส่วนในวัยของผู้สูงอายุจะเป็นการตรวจร่างกาย เพื่อมองหาโรคของผู้สูงอายุ รวมไปถึงการคัดกรองมะเร็งและการประเมินสุขภาพโดยรวม การตรวจสุขภาพดีสร้างได้อย่างสม่ำเสมอ สามารถทำได้ 2 ครั้งต่อปีหรือทุก ๆ 6 เดือน จึงจะถือว่าเหมาะสมที่สุด เพราะเราไม่มีทางรู้ว่าโรคภัยต่าง ๆ จะสร้างปัญหาให้กับสุขภาพของเราในช่วงเวลาใด ดังนั้นยิ่งรู้เร็วจะยิ่งทำให้การรักษาทันท่วงทีมากขึ้น

4 โรคที่ผู้หญิงในวัย 40 ปีขึ้นไปควรระวัง!

แม้ว่าสุขภาพดีสร้างได้ แต่อายุที่มากขึ้นก็พาให้เสี่ยงโรคภัยได้มากกว่าคนในวัยอื่น ๆ โดยเฉพาะผู้หญิงในวัย 40 ปีขึ้นไปแล้ว ควรระมัดระวังเรื่องของโรคภัยต่าง ๆ ให้มากขึ้น เพราะผู้หญิงในวัยนี้จะเสี่ยงต่อการเป็นโรคร้าย 4 โรคด้วยกัน คือ 1.โรคมะเร็ง โรคมะเร็งสามารถเกิดขึ้นได้กับคนในทุกเพศและทุกวัย แต่สำหรับผู้หญิงในวัย 40 ปีขึ้นไปแล้ว จะมีปัจจัยที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งได้สูง โดยเกิดขึ้นจากพฤติกรรม สิ่งแวดล้อม การใช้ชีวิตมากกว่า 90% และเกิดขึ้นจากการส่งต่อทางพันธุกรรมอีก 10 เปอร์เซ็นต์ สำหรับพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งของผู้หญิงในวัยนี้ คือ การรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์, ไขมันสูง, การสูบบุหรี่จัด, ความเครียดสูง, การใช้ยาบางประเภทติดต่อกัน นานเกินไป, ดารใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ และการรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนสารเคมี เป็นต้น 2.โรคความดันโลหิต โรคความดันโลหิตสูงเป็นอีกหนึ่งโรคที่ผู้หญิงในวัย 40 ปีขึ้นไปเสี่ยงเป็นมากที่สุด ทั้งยังพ่วงตามมาด้วยโรคเบาหวาน, โรคไต และโรคตับ โดยเฉพาะผู้ที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์ มีภาวะโรคอ้วน จะยิ่งเสี่ยงต่อความโรคดันโลหิตสูงได้มากเป็นเท่าตัว 3.โรคหัวใจ โรคหัวใจเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับที่ 2 ของประเทศไทย โดยเฉพาะภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน มีผู้เสียชีวิตด้วยสาเหตุนี้สูงมาก ซึ่งในผู้หญิงแม้จะมีอัตราความเสี่ยงที่ต่ำกว่าผู้ชาย แต่ก็มีสถิติออกมาว่าเสียชีวิตสูงมากกว่าในช่วงวัยอื่น… Continue reading 4 โรคที่ผู้หญิงในวัย 40 ปีขึ้นไปควรระวัง!

Hello world!

Welcome to WordPress. This is your first post. Edit or delete it, then start writing!